้home

posted on 27 Aug 2011 13:04 by carto-on
เว็บไซต์นี้ทำเพื่อเผยแผ่ควมรู้ความเข้าในในเรื่องของการ์ตูน
สำหรับผู้ที่สนใจ หากผิดพลาดประการใด ขออภัย ณ ที่นี้ ค่ะ
...คณะผู้จัดทำ
 
 
ตัวอย่างการ์ตูนในสมัยนี้ ที่กำลังเป็นที่สนใจ
ขอขอบคุณ จาก http://darkygirl.exteen.com/

edit @ 27 Aug 2011 13:11:15 by ioi

ประเ ภทของการ์ตูน

posted on 27 Aug 2011 12:34 by carto-on  in story

ประเภทของการ์ตูน
ลักษณะของการ์ตูน มี 2 ลักษณะ คือ
1. การ์ตูนภาพนิ่ง ( STATIC CARTOONS ) หมายถึง ลักษณะที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอิริยาบถ เป็นการบอกเล่า เล่าเรื่อง ไม่มีการดำเนินเรื่อง
2. การ์ตูนภาพเคลื่อนไหว ( DYNAMIC CARTOONS ) หมายถึง ลักษณะที่มีความเปลี่ยนแปลงลีลาอิริยาบถต่างๆ ของตัวการ์ตูน จากภาพหนึ่งไปยังอีกภาพหนึ่ง

ประเภทของการ์ตูนในประเทศไทย แบ่งได้ 5 ประเภท
1. การ์ตูนการเมือง ( Political Cartoons ) เป็นการ์ตูนที่มุ่งเน้นการล้อเลียน เสียดสี ประชดประชันบุคคล หรือเหตุการณ์ที่สำคัญ ในไทยนิยมล้อเหตุการณ์ทางการเมือง เพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านอ่านเกิดความสนใจมีความคิดเห็นใหม่ๆลักษณะการ์ตูนชนิดนี้อาจมีบรรยายหรือไม่มีก็ได้
ตัวอย่างของการ์ตูนการเมือง ( Political Cartoons )


2. การ์ตูนขำขัน ( Gag Cartoons ) เป็นการ์ตูนภาพเคลื่อนไหว ที่มุ่งเน้นความขบขันเป็นหลัก การ์ตูนชนิดนี้จะนิยมนำเหตุการณืใกล้ตัวมาเขียน เป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมมากในสังคมไทย
ตัวอย่างของการ์ตูนขำขัน ( Gag Cartoons )


3. การ์ตูนเรื่องยาว ( Comicorserial Cartoons ) เป็นการนำเสนอการ์ตูนที่เป็นเรื่องราวต่อเนื่องกันจนจบ การ์ตูนชนิดนี้ปรากฏอยู่ในนิตยสาร และหนังสือพิมพ์ เรียกว่า Comics Strips แต่ถ้านำมาพิมพ์รวมเล่ม เรียกว่า Comics Books เช่น การ์ตูนเล่มของญี่ปุ่น และฝรั่ง ส่วนของการ์ตูนไทยนั้นนิยมนำเรื่องจากวรรณคดี นิทานพื้นบ้าน จักร ๆ วงศ์ๆ เป็นต้น
ตัวอย่างของการ์ตูนเรื่องยาว ( Comicorserial Cartoons )


4. การ์ตูนประกอบเรื่อง ( Illustrated Cartoons ) เป็นการ์ตูนที่ใช้ประกอบกับข้อเขียนอื่นๆ ประกอบโฆษณาเพื่อขยายความ หรือการ์ตูนประกอบการศึกษา
ตัวอย่างของการ์ตูนประกอบเรื่อง ( Illustrated Cartoons )


5. การ์ตูนมีชีวิต ( Animated Cartoons ) หรือการ์ตูนภาพยนตร์เป็นการ์ตูนที่มีการเคลื่อนไหวมีการลำดับภาพ และเรื่องราว ที่ต่อเนื่องกันคล้ายภาพยนต์
ตัวอย่างของการ์ตูนมีชีวิต ( Animated Cartoons )

การแยกประเภทและแนวของการ์ตูนญี่ปุ่น

มังงะ (漫画,manga) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นสำหรับใช้เรียกหนังสือการ์ตูน หรือการ์ตูนช่องที่ถูกวาดขึ้นโดยนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่น
ซึ่งปัจจุบันมีการใช้คำดังกล่าวอย่างแพร่หลาย แม้ว่าการ์ตูนนั้นจะไม่ได้มาจากผู้วาดชาวญี่ปุ่นก็ตาม

อะนิเมะ (アニメ,anime) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่มาจากภาษาอังกฤษว่า แอนิเมชัน (animation)
ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศส อะนิเมะ (animé) และจากภาษาละติน อะนิมะ (anima) แปลว่าเคลื่อนไหว หรือภาพเคลื่อนไหว
แต่ในปัจจุบันความหมายกลายเป็นคำเฉพาะของภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ภาพยนตร์การ์ตูน

โดจิน (同人,dōjin) คือการ์ตูนที่ผู้อ่านวาดขึ้นมาเอง โดยมีเนื้อหาที่อ้างอิงมาจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นหลักเพียงแต่ว่า การ์ตูนเหล่านั้นไม่ใช่เนื้อเรื่องจริง เป็นแค่เพียงผู้ที่ชื่นชอบเรื่องนั้น ๆ นำมาเขียนต่อในแบบของตนเท่านั้น

แนวที่สามารถพบได้แค่ใน อะนิเมะ และมังงะ ได้แก่

โชเน็น (少年,shōnen) : อะนิเมะและมังงะที่มีกลุ้มเป้าหมายเป็นเด็กผู้ชาย แต่โดยปกติแล้วจะครอบคลุมผู้ชายอายุไม่เกิน 18 ปีทั้งหมด คำว่าโชเน็นภายนอกประเทศญี่ปุ่น ถูกใช้เป็นคำเรียกการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีเด็กวัยรุ่นชายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก การ์ตูนญี่ปุ่นแนวโชเน็นส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการต่อสู้ (ไม่ว่าจะเป็นการรบราฆ่าฟันหรือการต่อสู้ในสนามกีฬา) และมักมีการแทรกมุขตลกเพื่อไม่ให้เรื่องหนักเกินไป ตัวละครหลักโดยมากเป็นผู้ชาย และมิตรภาพระหว่างตัวละครชายมักเป็นจุดสำคัญของเรื่อง ตัวละครหญิงในเรื่องส่วนมากจะมีหน้าตาและรูปร่างสวยงามเกินความเป็นจริง สไตล์ในการวาดภาพของการ์ตูนแนวโชเน็นจะไม่หวานแหววและละเอียดอ่อนเหมือนกับการ์ตูนแนวโชโจ เช่น ดราก้อนบอล เซนต์เซย่า

โชโจะ (少女,shōjo) : (ภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ผู้หญิงอายุน้อย") อะนิเมะและมังงะที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กผู้หญิง คำนี้ถูกใช้เรียกการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีเด็กวัยรุ่นหญิงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก การ์ตูนญี่ปุ่นแนวโชโจะมักเป็นเรื่องของความรัก และมักมีตัวละครเอกเป็นเด็กผู้หญิงที่จิตใจเข้มแข็ง อย่างไรก็ดีมีการ์ตูนแนวโชโจะบางเรื่องที่มีตัวละครเอกเป็นผู้ชายและมีฉากต่อสู้เพื่อให้ถูกรสนิยมผู้อ่านกลุ่มอื่น นอกจากนี้ หลายเรื่องใช้ความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย เป็นตัวชูรสและดึงดูดผู้อ่านหญิง รูปการ์ตูนญี่ปุ่นแนวโชโจะมักมีเส้นคม ดูเบา ตาของตัวละครมักเป็นประกายและใหญ่กว่าปกติ การ์ตูนแนวโชโจะนั้นมักจะถูกสับสนกับการ์ตูนแนวบิโชโจะ (เด็กผู้หญิงสวย) ซึ่งหมายถึงการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีตัวละครหญิงที่มีหน้าตาและรูปร่างสวยงามเป็นจุดขาย โดยมีผู้ชายเป็นกลุ่มเป้าหมาย เช่น เซเลอร์มูน

เซเน็น (青年,seinen) : อะนิเมะและมังงะที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นชายตอนปลายถึงผู้ชายอายุประมาณ 18+ ปี อย่างไรก็ดีกลุ่มเป้าหมายของการ์ตูนหลายเรื่องอาจจะมีอายุมากกว่านี้ โดยบางเรื่องมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักธุรกิจวัยกลางคน การ์ตูนแนวเซเน็นมีเนื้อหาและสไตล์ที่หลากหลาย บ้างเป็นการ์ตูนแนวทดลอง บ้างมีความน่ารักของตัวละครเป็นจุดขาย และบ้างก็เป็นหนังสือที่ค่อนข้างรุนแรง ด้วยเหตุนี้การ์ตูนแนวเซเน็น หลายเรื่องจึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มโชโจ (shoujo) และโชเน็น (shounen) ด้วย แต่ถึงกระนั้นเซเน็นอีกคำคือ ระดับอายุของผู้ที่บรรลุนิติภาวะไปแล้ว คำนี้ถ้าเอาไปติดที่หนังสือใด หนังสือนั้นเป็นหนังสือปลุกใจเสือป่าอย่างแน่นอน

วิธีการง่ายๆ ที่จะบอกว่าการ์ตูนเรื่องใดเป็นการ์ตูนเซเน็นคือการดูว่าตัวอักษรคันจิเป็นตัวอะไร ถ้ามีกำกับส่วนมากจะเป็นการ์ตูนเซเน็น แต่ถ้าไม่มีแสดงว่าการ์ตูนเรื่องนั้นมีเป้าหมายเป็นกลุ่มอื่น การดูนิตยสารที่ตีพิมพ์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง โดยนิตยสารการ์ตูนที่ขึ้นต้นชื่อด้วยคำว่า "ยัง" (young)ประมาณว่าเรท ต่ำกว่า16ห้ามดู มักจะเป็นนิตยสารการ์ตูนเซเน็น เช่น ยังจัมป์ ยังแอนิมอล เป็นต้น นิตยสารการ์ตูนเซเน็นอื่นๆ ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ อุลตร้าจัมป์ อาฟเตอร์นูน และบิ๊กคอมิก เป็นต้น

โจะเซ (女性,josei) : อะนิเมะและมังงะที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 18+ ปี การ์ตูนแนวโจะเซส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของผู้ใหญ่เพศหญิงในญี่ปุ่น แต่ก็มีบ้างเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับนักเรียนมัธยม สไตล์การวาดภาพคล้ายกับการ์ตูนแนวโชโจะ แต่ตาไม่หวานและเป็นประกายเท่า และภาพโดยรวมดูเหมือนจริงมากขึ้น การ์ตูนโจะเซจะเล่าเรื่องของความรักอย่างสมจริงสมจริง ผิดกับความรักในการ์ตูนโชโจะซึ่งมักเป็นความรักในอุดมคติ การ์ตูนโจะเซอีกกลุ่มหนึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย คล้ายๆ กับการ์ตูนแนวยาโออิ โดยการ์ตูนเหล่านั้นจะมีเนื้อหาสมจริงสมจังกว่า และกล้าตีพิมพ์ที่เปิดเผยส่วนสัดมากกว่า ตัวอย่างเช่น นานะ

บิโชโจะ (び少女,bishōjo): (ภาษาญีปุ่นหมายความว่า "เด็กสาวหน้าตาดี") อะนิเมะและมังงะที่มีตัวละครหลักเป็นเด็กสาวหน้าตาสวยงาม เช่น เมจิกไนท์เรย์เอิร์ท

บิโชเน็น (び少年,bishōnen): (ภาษาญี่ปุ่นหมายความว่า "เด็กหนุ่มหน้าตาดี") อะนิเมะและมังงะที่มีตัวละครหลักเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาและท่าทางสง่างาม เช่น ฟูชิกิยูกิ

เอ็จจิ: มีรากมาจากตัวอักษร "H" ในภาษาญี่ปุ่นหมายว่า "ทะลึ่ง" อะนิเมะและมังงะในแนวนี้จะมีมุขตลกทะลึ่งแบบผู้ใหญ่ และมีภาพวาบหวามแต่ไม่เข้าข่ายอนาจารเป็นจุดขาย ตัวอย่างเช่น บ้านพักอลเวง

เฮ็นไต (変態 หรือ へんたい,hentai) : (ภาษาญี่ปุ่นหมายความว่า "เบี่ยงเบน" หรือ "ลามก") เป็นคำที่ใช้นอกประเทศญี่ปุ่นสำหรับเรียกอะนิเมะและมังงะที่จัดได้ว่าเป็นสื่อลามกอนาจาร ในประเทศญี่ปุ่นเรียกอะนิมะประเภทนี้ว่า จูฮาจิคินอะนิเมะ"; อะนิเมะสำหรับผู้ใหญ่อายุมากกว่า 18 ปี หรือ อ่านว่า "เอะโระอะนิเมะ"; มาจาก "erotic anime" แปลว่า "อะนิเมะที่กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ ตัวอย่างเช่น ลาบลูเกิร์ล Desire เป็นต้น

โคโดโมมูเกะ (子供向け,Kodomomuke) : อะนิเมะสำหรับเด็ก มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กปฐมวัย ตัวอย่างเช่น โดราเอมอน

เมะกะ (めが,mega): อะนิเมะที่มีหุ่นยนต์ยักษ์ เช่น โมบิลสูทกันดั้ม

มะโฮโชโจะ (魔法少女,mahō shōjo): แนวย่อยหนึ่งของอะนิเมะและมังงะแนวโชโจะ มีตัวละครหลักเป็นเด็กผู้หญิงที่มีพลังวิเศษอย่างไดอย่างหนึ่ง เช่น การ์ดแคปเตอร์ซากุระ

มะโฮโชเน็น (魔法少年,mahō shōnen): เหมือนแนวมะโฮโชโจะ แต่ตัวเอกเป็นผู้ชาย เช่น ดี.เอ็น.แองเจิล

โชโจะไอ/yuri: อะนิเมะและมังงะเน้นความรักร่วมเพศระหว่างผู้หญิง เช่น สตรอเบอรีพานิก

โชเน็นไอ/yaoi: อะนิเมะและมังงะเน้นความรักร่วมเพศระหว่างผู้ชาย เช่น กราวิเทชัน

edit @ 27 Aug 2011 12:37:05 by ioi

edit @ 27 Aug 2011 12:40:38 by ioi

วิธีการเขียนการ์ตูน

posted on 27 Aug 2011 12:13 by carto-on  in story
 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 27 Aug 2011 12:24:18 by ioi

หนูจ๋า & เบบี้

posted on 27 Aug 2011 12:02 by carto-on  in story


        การ์ตูน "นูจ๋า" ของ จุ๋มจิ๋ม (จำนูญ เล็กสมทิศ) ซึ่งเริ่มวางแผง
เล่มแรกเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2500 และที่ได้รับความนิยมตามมาอีกเล่ม
ก็คือการ์ตูน "เบบี้" ของ วัฒนา พ็ชรสุวรรณ ซึ่งเริ่มวางแผงฉบับแรกเมื่อ
พ.ศ. 2504 ตัวการ์ตูนหลักของเบบี้นั้นมีมากถึงสิบกว่าคน บางตัวก็มีการนำ
ไปแสดงหนังโฆษณาก็มี คือคุณโฉลงและคุณเต๋ว หนังสือทั้งสองเล่มนี้อยู่
ในเครือสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น และยังคงออกมาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

 
 
 
 




 

edit @ 27 Aug 2011 12:33:37 by ioi

edit @ 6 Sep 2011 18:38:14 by ioi

CARTOOn'

posted on 14 Jul 2011 14:36 by carto-on  in story
ร์ตู  หมายถึง ภาพจำลอง เป็นสิ่งจำลองของบุคคล ทำให้คนเข้าใจถึงความคิด
เข้าใจเรื่องราวต่างๆ เขียนเพื่อเน้นลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ซึ่งบอกหรือเล่าเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว
 การ์ตูนมาจาภาษาลาติน charta ซึ่งหมายถึงผ้าใล เพราะสมัยนัั้นการ์ตูน หมายถึง การวาดภาพ
 ลงบนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ ในภาษาไทยนั้นใชเแทนคำและความหมายภาษาอังกฤษ 2 คำ คือ
 cartoon และ comic ซึ่งมีผู้ให้ความหมายไว้ว่า cartoon หมายถึง รูปภาพบนกระดาษแข็งอาจ
เป็นรูปวาดที่เป็นภาพล้อเลียนทางการเมืองหรือตลกขบขัน วาดอยู่บนกรอบและแสดงเหตุการณ์
ที่เข้าใจได้อย่างชัดเจน และมีคพบรรยายสั้นๆ Comic หมายถึง รูปภาพการเล่าเรื่องราวต่างๆโดย
ลำดับภาพ การคงรักษาบุคลิกภาพต่างๆไว้ในลำดับต่างๆกัน และการรวบรวมบทสนทนา หรือ
คำบรรยายไว้ภายในภาพ .... 
 
 
   
 
 
    
 
  โปสเตอร์ภาพยนตร์  ทอย สตอรี่ (1995)
 
   
 
      
 
 
ไฟล์:Birdland Cartoon.jpg
 
 
 
 
 

มหาสนุก

posted on 14 Jul 2011 13:37 by carto-on  in story

มหาสนุก เป็นนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงเล่มหนึ่งในประเทศไทย จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น เริ่มตีพิมพ์ฉบับแรกในปี พ.ศ. 2518 หลังจากที่ก่อนหน้านั้นบรรลือสาส์นได้ออกนิตยสารขายหัวเราะในปี พ.ศ. 2516 และได้ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมีวิธิต อุตสาหจิต เป็นบรรณาธิการ

รูปแบบและเนื้อหาของนิตยสารมหาสนุกนั้นคล้ายคลึงกับนิตยสารขายหัวเราะ กล่าวคือ เน้นการตีพิมพ์การ์ตูนแก๊กเป็นหลัก (โดยทีมงานนักเขียนการ์ตูนในนิตยสารเล่มนี้ใช้ทีมเดียวกับที่เขียนในขายหัวเราะ) เนื้อหาอาจเป็นได้ทั้งเรื่องราวในชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจ การเมือง หรือกระแสความนิยมต่างๆ ในสังคมไทยและต่างประเทศ มีการตีพิมพ์ขำขัน ภาพตลกจากต่างประเทศ สาระน่ารู้ต่างๆ แต่ส่วนที่ต่างไปจากขายหัวเราะคือ การตีพิมพ์เรื่องสั้นในมหาสนุกนั้นจะตีพิมพ์เพียงเรื่องเดียวต่อฉบับ และมีการ์ตูนเรื่องสั้นชุดต่างๆ จากฝีมือของนักเขียนการ์ตูนบรรลือสาส์นลงพิมพ์ฉบับละ 2 เรื่อง ในท้ายเล่มยังมีเกมชิงรางวัลรูปแบบต่างๆ และการตอบจดหมายของผู้อ่านโดยนักเขียนการ์ตูน (ปัจจุบันได้มีการเลิกตีพิมพ์หน้าตอบจดหมายแล้ว) จากนั้นได้เพิ่มอีก 3 เกม อย่างเช่น "คิดดีๆ มีรางวัล" "ตาไวๆ ได้รางวัล" และ "ปริศนาอักษรไขว์"

เฉพาะการ์ตูนเรื่องสั้นซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสารมหาสนุกนั้น การ์ตูนชุดใดที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านมากก็จะได้รับการตีพิมพ์เป็นนิตยสารรวมเล่มในชื่อชุด "มหกรรมมินิซีรีส์" เริ่มพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2535 ซึ่งการ์ตูนบางชุดก็ยังคงได้รับความนิยมจากผู้อ่านมาอย่างต่อเนื่องและมีการตีพิมพ์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เช่น การ์ตูนชุด "ไอ้ตัวเล็ก" ของภักดี แสนทวีสุข การ์ตูนชุด "บ้าครบสูตร" และ "สาวดอกไม้กะนายกล้วยไข่" ของอารีเฟน ฮะซานี เป็นต้น แม้ว่าผู้เขียนจะไม่ได้นำการ์ตูนเรื่องสั้นชุดของตนเองลงพิมพ์ในนิตยสารมหาสนุกแล้วก็ตาม

ส่วนขนาดรูปเล่มของมหาสนุก ในสมัยเริ่มแรกมีรูปเล่มขนาดใหญ่เท่ากระดาษ A4 เช่นเดียวกับขายหัวเราะ ต่อมาในปี พ.ศ. 2531 จึงได้เริ่มปรับขนาดหนังสือให้เล็กลง โดยใช้ชื่อหนังสือเล่มเล็กว่า "มหาสนุกฉบับกระเป๋า" มีขนาดเท่ากระดาษ B5 ซึ่งเป็นขนาดของหนังสือมหาสนุกในปัจจุบัน ส่วนมหาสนุกเล่มใหญ่ยังคงทยอยออกมาอีกระยะหนึ่งจึงเลิกจัดพิมพ์

กำหนดการออกนิตยสารนั้นเดิมกำหนดออกเป็นรายปักษ์ (ราย 15 วัน) ภายหลังจึงปรับให้ออกเป็นรายสิบวัน และรายสัปดาห์ตามลำดับพร้อมกับขายหัวเราะ โดยขายหัวเราะมีกำหนดออกในวันอังคาร ส่วนมหาสนุกออกจำหน่ายในวันศุกร์ ต่อมาจึงปรับกำหนดออกอีกครั้งให้เป็นวันพุธทั้งสองฉบับ

ราคาจำหน่ายของมหาสนุกในปัจจุบัน (พ.ศ. 2552) อยู่ที่เล่มละ 15 บาท

ไฟล์:Mahasanuk cover volume 924, 2009.jpg

ขายหัวเราะ

posted on 14 Jul 2011 13:32 by carto-on  in story
ขายหัวเราะ เป็นชื่อของนิตยสารการ์ตูนไทยรายสัปดาห์ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ภายใต้การบริหารงานของ วิธิต อุตสาหจิต และเป็นหนังสือการ์ตูนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเล่มหนึ่งในประเทศไทย ควบคู่ไปกับนิตยสารมหาสนุก ซึ่งจัดพิมพ์โดยบรรลือสาส์นเช่นกัน เริ่มตีพิมพ์ฉบับแรกเมื่อ พ.ศ. 2516
ไฟล์:ขายหัวเราะ.jpg

ขายหัวเราะ เป็นนิตยสารที่นำเสนอการ์ตูนตลกสามช่องจบ หรือ การ์ตูนแก๊กเกือบตลอดทั้งเล่ม ภายในลงพิมพ์เรื่องขำขันแทรกเป็นช่วงๆ และเรื่องสั้นสามเรื่องในแต่ละฉบับ ซึ่งไอเดียในการเขียนการ์ตูนแก๊ก ขำขัน และเรื่องสั้นเหล่านี้ ผู้อ่านสามารถเขียนเพื่อนำเสนอให้ทางนิตยสารตีพิมพ์ได้ โดยต้องผ่านการพิจารณาจากกองบรรณาธิการก่อน นักเขียนเรื่องสั้นที่มีชื่อเสียงโด่งดังหลายคนก็เคยมีผลงานตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับนี้ เช่น อธิชัย บุญประสิทธิ์, ดำรง อารีกุล, น้ำอบ, นอติลุส, เพชรน้ำเอก เป็นต้น

ส่วนขนาดรูปเล่มของขายหัวเราะ ในสมัยเริ่มแรกมีรูปเล่มขนาดใหญ่เท่ากระดาษ A4 ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 จึงได้เริ่มปรับขนาดหนังสือให้เล็กลง โดยใช้ชื่อหนังสือเล่มเล็กว่า "ขายหัวเราะฉบับกระเป๋า" มีขนาดเท่ากระดาษ B5 ซึ่งเป็นขนาดของหนังสือขายหัวเราะในปัจจุบัน ส่วนขายหัวเราะฉบับเดิมก็ยังคงพิมพ์ต่อไป จนกระทั่งมีการยกเลิกในเวลาต่อมา เหลือเพียงขายหัวเราะฉบับกระเป๋าเท่านั้น

ราคาขายของขายหัวเราะในสมัยเล่มใหญ่นั้นอยู่ที่ 5 บาท (ต่อมาได้เพิ่มเป็น 6 และ 7 บาท) ต่อมาเมื่อมีการปรับขนาดลงมาเป็นฉบับกระเป๋า จึงมีการปรับราคาหนังสือใหม่เป็น 10 บาท ภายหลังจึงขึ้นราคาเป็น 12 บาท และ 15 บาท (ราคาปัจจุบัน ปรับขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2549) ตามต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

กำหนดการออกนิตยสารนั้นเดิมกำหนดออกเป็นรายปักษ์ (ราย 15 วัน) ภายหลังจึงปรับให้ออกเป็นรายสิบวันและรายสัปดาห์พร้อมกับมหาสนุก โดยขายหัวเราะมีกำหนดออกในวันอังคาร ส่วนมหาสนุกออกจำหน่ายในวันศุกร์ ต่อมาจึงปรับกำหนดออกอีกครั้งให้เป็นวันพุธทั้งสองฉบับในเดือนเมษายน พ.ศ. 2541

นักเขียนในปัจจุบัน

รายชื่อนักเขียนของขายหัวเราะในปัจจุบันนี้อ้างอิงตามที่ปรากฏรายชื่อนามปากกาในนิตยสารขายหัวเราะ ฉบับที่ 1033 ประจำวันพุธที่ 20-26 พฤษภาคม 2552[1]

  • วัฒนา (วัฒนา เพ็ชรสุวรรณ, นามปากกาอื่น: ตาโต) - แฟนการ์ตูนนิยมเรียกว่า "อาวัฒน์" ปัจจุบันดูแลนิตยสาร "เบบี้" เขียนปกนิตยสาร "ขายหัวเราะ" และมีผลงานตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ข่าวสดและนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์
  • จุ๋มจิ๋ม (จำนูญ เล็กสมทิศ) - ปัจจุบันรับผิดชอบดูแลนิตยสารหนูจ๋าเพียงฉบับเดียวเท่านั้น แต่ยังปรากฏรายชื่อนักเขียนอยู่ในขายหัวเราะและมหาสนุก
  • ต่าย (ภักดี แสนทวีสุข) - เจ้าของผลงานการ์ตูนชุด "ปังปอนด์"
  • นิค (นิพนธ์ เสงี่ยมศักดิ์) - เจ้าของผลงานการ์ตูนชุด "คนอลเวง"
  • ต้อม (สุพล เมนาคม) - เจ้าของผลงานการ์ตูนชุด "แก๊งจอมป่วน"
  • เฟน (อารีเฟน ฮะซานี) - เจ้าของผลงานการ์ตูนชุด "สาวดอกไม้กะนายกล้วยไข่" และ "รามาวตาร"
  • หมู (สุชาติ พรหมรุ่งโรจน์) - เจ้าของผลงานการ์ตูนชุด "กระบี่หยามยุทธภพ" และ "สามก๊ก มหาสนุก"
  • ปุ๋ย (ศุภมิตร จันทร์แจ่ม) - เจ้าของผลงานการ์ตูนชุด "สติแตกสุดขอบฟ้า"
  • ขวด (ณรงค์ จรุงธรรมโชติ) - เจ้าของผลงานการ์ตูนชุด "แนวร่วมต๋อง"
  • เอ๊าะ (ผดุง ไกรศรี) - เจ้าของผลงานการ์ตูนชุดหนูหิ่น อินเตอร์
  • โย่ง (อัครเดช มณีพันธุ์)
  • ช่วง (ช่วง ชุ่มวงศ์)
  • ก๊อก (พิชิต สรรพพันธ์)
  • น็อต (พรพล สำหรับสุข) - ปัจจุบันมีผลงานตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
  • ดั๊มพ์ (พนัส คุ้มคำมี)
  • ป้อม (ศุภชัย ลัทธิรมย์)
  • โดด (สมพงษ์ สุวรรณดี)
  • เอ๊ะ (ภูวดล ปุณยประยูร)
  • จ๊ะโอ๋ (นิวัฒน์ ทองสุข)
  • ไก่ (ธรรมรัตน์ รมย์นุกูล) - ปกติทำหน้าที่ในกอง บก. ขายหัวเราะและมหาสนุก ตำแหน่งบรรณาธิการที่ปรึกษา
  • เด่น (จักรพงศ์ กว้างขวาง)
  • วุ่น (พิรุณ บุญประเสริฐ)
  • ก้าง (พรพิทักษ์ ประเสริฐ)
  • วิรัตน์ (วิรัตน์ ยืนยงพัฒนากิจ)
  • มังกร (มังกร สรพล)
  • ยุง (จีรพงษ์ ศรนคร)
  • น้อยหน่า (สุริยา อุทัยรัศมี)
  • เดอะดวง (วีระชัย ดวงพลา) - เจ้าของผลงานการ์ตูนชุด "เรื่องมีอยู่ว่า" และได้รับรางวัลการ์ตูนมังงะจากญี่ปุ่น
  • ต้น (จักรพันธ์ ห้วยเพชร) - เจ้าของผลงานการ์ตูนชุดสตรีทบอลสะท้านฟ้า และได้รับรางวัลการ์ตูนมังงะจากญี่ปุ่น
  • บอย (นามปากกาอื่น : ไอ้บอย) - นักเขียนหน้าใหม่และเป็นนักเขียนวัยรุ่นคนแรกของขายหัวเราะกับมหาสนุก
  • ม่อน - นักเขียนหน้าใหม่และเป็นนักเขียนวัยเยาว์คนแรกของขายหัวเราะ-มหาสนุก

นักเขียนในอดีต

 
  • ปิยะดา (นาวาอากาศเอกประเวส สุขสมจิตร)- ปัจจุบัน เขียนลงในศิลปวัฒนธรรม
  • พลังกร - ปัจจุบันมีงานเขียนการ์ตูนล้อการเมืองในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
  • พล (พล พิทยาสกุล) - ปัจจุบันเป็นนักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองในหนังสือพิมพ์ข่าวสดและนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์
  • อ้อ อ่อนน้อม - ลาออกเมื่อ พ.ศ. 2532
  • แอ๊ด (อรรณพ กิติชัยวรรณ) - ปัจจุบันมีผลงานล้อการเมืองในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
  • เดี่ยว (ธรรรักษ์ แสงสุวรรณ) - ฉายา "มะเดี่ยวศรีหลานยายปริก" ยุติการเขียนการ์ตูนเมื่อพ.ศ. 2547 ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระ
  • ต่อ (โพชฌงค์ ทองอนันต์) - เสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2547 จากอุบัติเหตุรถชน
  • สัญ (สัญญา พูลศรี) - ปัจจุบันเปิดบริษัทของตัวเอง
  • เอ๋ (ศิรินันท์ วิชาตรง) - นักเขียนการ์ตูนหญิงคนแรกของขายหัวเราะ ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระ
  • อ๋อน (วีระเดช ไกรศรี) - น้องชายของผดุง ไกรศรี (เอ๊าะ) ปัจจุบันเป็นนักแต่งเพลงลูกทุ่ง
  • กุ่ย (ชัยวัฒน์ สุวัฒนรัตน์) - ปัจจุบันมีงานเขียนการ์ตูนล้อการเมืองในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
  • เชษฐา - ปัจจุบันมีงานเขียนการ์ตูนตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
  • บัฟ (เศวต อติยศพงศ์) - เลิกเขียนการ์ตูนให้กับบรรลือสาส์นแล้ว ปัจจุบันเปิดสำนักพิมพ์ใหม่ของตัวเอง เจ้าของผลงานการ์ตูนชุด

"สมาคม คนหอ" และ" คุณพ่อไม่บังเกิดเกล้า"

  • เดช (รณเดช ส่องศิริ) - ลาออกเมื่อ พ.ศ. 2538
  • รินทร์ (จักรนรินทร์ พรหมอินทร์) - เลิกเขียนการ์ตูนให้กับบรรลือสาส์นแล้ว
  • จิ๋ว - ลาออกเมื่อ พ.ศ. 2540
  • เดีย (ทวิรัชต์ เตียนสำรวย) - ปัจจุบันเขียนการ์ตูนสำหรับสอนเด็กเล็กแนววิชาการตูน และ นิทาน,สารคดีตูน
  • อ่อน (อนุวัฒน์ ชัยเมือง; นามปากกาอื่น:แก๊ก; ใช้นามปากกานี้ในสวนเด็ก)
  • ยิ้ม (สมชาย ดาผา) - ปัจจุบันไม่ใช่คนเขียนการ์ตูนของขายหัวเราะ-มหาสนุก เลยตัดสินใจไปเขียนการ์ตูนให้กับตลาดตลก
  • เดอะมิตร - ปัจจุบันไปทำงานด้านภาพยนตร์
  • ปิยะดา (นาวาอากาศเอกประเวส สุขสมจิตร)- ปัจจุบัน เขียนลงในศิลปวัฒนธรรม
  • พลังกร - ปัจจุบันมีงานเขียนการ์ตูนล้อการเมืองในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
  • พล (พล พิทยาสกุล) - ปัจจุบันเป็นนักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองในหนังสือพิมพ์ข่าวสดและนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์
  • อ้อ อ่อนน้อม - ลาออกเมื่อ พ.ศ. 2532
  • แอ๊ด (อรรณพ กิติชัยวรรณ) - ปัจจุบันมีผลงานล้อการเมืองในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
  • เดี่ยว (ธรรรักษ์ แสงสุวรรณ) - ฉายา "มะเดี่ยวศรีหลานยายปริก" ยุติการเขียนการ์ตูนเมื่อพ.ศ. 2547 ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระ
  • ต่อ (โพชฌงค์ ทองอนันต์) - เสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2547 จากอุบัติเหตุรถชน
  • สัญ (สัญญา พูลศรี) - ปัจจุบันเปิดบริษัทของตัวเอง
  • เอ๋ (ศิรินันท์ วิชาตรง) - นักเขียนการ์ตูนหญิงคนแรกของขายหัวเราะ ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระ
  • อ๋อน (วีระเดช ไกรศรี) - น้องชายของผดุง ไกรศรี (เอ๊าะ) ปัจจุบันเป็นนักแต่งเพลงลูกทุ่ง
  • กุ่ย (ชัยวัฒน์ สุวัฒนรัตน์) - ปัจจุบันมีงานเขียนการ์ตูนล้อการเมืองในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
  • เชษฐา - ปัจจุบันมีงานเขียนการ์ตูนตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
  • บัฟ (เศวต อติยศพงศ์) - เลิกเขียนการ์ตูนให้กับบรรลือสาส์นแล้ว ปัจจุบันเปิดสำนักพิมพ์ใหม่ของตัวเอง เจ้าของผลงานการ์ตูนชุด

"สมาคม คนหอ" และ" คุณพ่อไม่บังเกิดเกล้า"

  • เดช (รณเดช ส่องศิริ) - ลาออกเมื่อ พ.ศ. 2538
  • รินทร์ (จักรนรินทร์ พรหมอินทร์) - เลิกเขียนการ์ตูนให้กับบรรลือสาส์นแล้ว
  • จิ๋ว - ลาออกเมื่อ พ.ศ. 2540
  • เดีย (ทวิรัชต์ เตียนสำรวย) - ปัจจุบันเขียนการ์ตูนสำหรับสอนเด็กเล็กแนววิชาการตูน และ นิทาน,สารคดีตูน
  • อ่อน (อนุวัฒน์ ชัยเมือง; นามปากกาอื่น:แก๊ก; ใช้นามปากกานี้ในสวนเด็ก)
  • ยิ้ม (สมชาย ดาผา) - ปัจจุบันไม่ใช่คนเขียนการ์ตูนของขายหัวเราะ-มหาสนุก เลยตัดสินใจไปเขียนการ์ตูนให้กับตลาดตลก
  • เดอะมิตร - ปัจจุบันไปทำงานด้านภาพยนตร์